(15ก.ค.) ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ สก๊อต มาร์เชียล เปิดเผยว่า สหรัฐกำลังเริ่มเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางทหารกับเวียดนาม ลาว และกัมพูชา หลังจากที่เริ่มความสัมพันธ์แบบเดียวกันนี้อย่างเต็มรูปแบบกับอินโดนีเซียมา 3 ปีและมีแนวโน้มจะไม่ราบรื่นจากปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในอินโดนีเซีย โดยการดำเนินงานจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ว่าจะเป็นการฝึกอบรม การแลกเปลี่ยน ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์พร้อมยอมรับว่า เหตุผลด้านประวัติศาสตร์จากสงครามเวียดนาม ทำให้สหรัฐไม่มีความสัมพันธ์ทางทหารมากนักกับเวียดนาม ลาว และกัมพูชา ไม่เหมือนกับอีกหลายประเทศในภูมิภาคนี้สำหรับเวียดนามนั้น สหรัฐเล็งขยายฝึกอบรมและการศึกษาทางทหาร รวมถึงโครงการสอนภาษาอังกฤษให้กับเจ้าหน้าที่ทหารเวียดนาม และภายในสิ้นปีนี้ สหรัฐและลาวจะเปิดสำนักงานทูตทหารในเมืองหลวงของแต่ละฝ่าย ซึ่งถือเป็นความคืบหน้าสำคัญ และเป็นส่วนของของยุทธศาสตร์สร้างเครือข่ายป้องกันในพื้นที่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์กลางสมรภูมิในช่วงสงครามเย็น
แม้สหรัฐจะปฏิเสธแนวคิดที่จะหันไปเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางทหารกับสามชาตินี้ไม่เกี่ยวกับการถ่วงดุลอิทธิพลของจีนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยย้ำว่าเป็นส่วนหนึ่งของการขยายความสัมพันธ์ปกติ แต่ผู้เชี่ยวชาญไม่คิดเช่นนั้น เพราะเวลานี้ นอกจากจีนจะเป็นคู่ค้าสำคัญของหลายประเทศในภูมิภาคนี้แล้ว จีนยังเสริมสร้างแสนยานุภาพทางทหารอย่างรวดเร็วและในไม่ช้าอาจท้าทายอิทธิพลของสหรัฐที่มีมาแต่เดิม รวมถึงแผนจัดตั้งฐานทัพเรือดำน้ำพลังนิวเคลียร์ใต้ดินแห่งใหม่ทางใต้ของเกาะไหหลำ ซึ่งอยู่ใกล้กับเส้นทางเดินเรือสำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
รายการคม ชัด ลึก-แก้ รธน.แก้ปมแห่งทุกข์ !!
พลันที่นายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ประกาศชัดเจนในรายการสนทนาประสาสมัครว่าทันทีที่สภาเปิด จะเดินเครื่องผลักดันให้มีการแก้รัฐธรรมนูญทันที โดยไม่สนเสียงทักท้วงใดๆ ทั้งสิ้น ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์หนาหูจากฝ่ายตรงข้ามว่า นายกรัฐมนตรีกำลังราดน้ำมันลงบนกองไฟเพิ่มดีกรีความร้อนระอุให้การเมืองไทยอีกครั้ง
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
