(18ก.ค.) หนังสือพิมพ์ เดอะ สเตรท ไทมส์ ของสิงคโปร์ฉบับวันนี้ รายงานอ้างคำพูดของรัฐมนตรีต่างประเทศจอร์จ เยียว ซึ่งได้เปรียบเทียบอาเซียนกับชั้นเรียน และจากการประเมินผลงานในการรับมือท่าทีดื้อดึงไม่เปิดรับความช่วยเหลือจากนานาชาติของรัฐบาลทหารพม่าหลังเกิดภัยพิบัติจากพายุไซโคลนนาร์กีสเมื่อเดือนพฤษภาคม รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์มองว่า ตอนแรกอาเซียนสอบตกได้เอฟ จากความล่าช้าในการรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้น แม้สถานการณ์จะค่อยๆดีขึ้น จนในที่สุดสามารถเกลี้ยกล่อมให้รัฐบาลทหารพม่าเปิดรับความช่วยเหลือจากนานาชาติได แต่จะให้เอหรือบีก็คงเป็นไปไม่ได้ เกรดซีจึงดูจะเหมาะสมที่สุดสิงคโปร์เป็นประธานหมุนเวียนของอาเซียนและเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศซึ่งเริ่มตั้งแต่เมื่อวานนี้ รวมถึงการประชุมความมั่นคงอาเซียนหรือเออาร์เอฟในสัปดาห์หน้า ก่อนส่งมอบตำแหน่งประธานหมุนเวียนให้แก่ไทย 24 กรกฎาคมนี้
สำหรับเป้าหมายของการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนครั้งนี้ คือการพลักดันให้ชาติสมาชิกเร่งให้สัตยาบันกฎบัตรอาเซียน ซึ่งจะทำให้เป็นครั้งในประวัติศาสตร์ที่อาเซียนจะเป็นองค์กรมีอยู่ร่วมกันภายใต้ข้อผูกมัดทางการกฎหมาย
รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์มองว่า แม้พม่าจะเป็นเหมือนเด็กดื้อในครอบครัวอาเซียน หลังถูกวิจารณ์ครั้งแล้วครั้งเล่าจากสารพัดปัญหา รวมทั้งถูกประณามจากการใช้กำลังกวาดล้างกลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในย่างกุ้งเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว แต่สุดท้ายแล้ว พม่าก็ยังอยากเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้
ปริศนายุติไฟใต้ของจริงหรือลวง?
ดูเหมือนว่านับแต่เกิดความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ 4 มกราคม 2547 เป็นต้นมา รัฐบาลยังคลำเป้าไม่ถูกว่าใครกันแน่ที่เป็นตัวการใหญ่ป่วนใต้
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
