สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันอาทิตย์ (20 ก.ค.) อ้างความเห็นของผู้เชี่ยวชาญทางการเมืองที่มองว่าพรรคประชาชนกัมพูชา (ซีพีพี) จะเป็นฝ่ายคว้าชัยในการเลือกตั้งทั่วไปที่กำหนดจะมีขึ้นในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ และสมเด็จฮุนเซนจะได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของกัมพูชาต่อไปอย่างแน่นอน หลังจากปกครองประเทศมายาวนานถึง 23 ปีแล้วขณะนี้พรรคการเมืองต่างๆ กำลังหาเสียงกันอย่างขะมักเขม้น แม้แต่พรรคซีพีพีซึ่งหลายฝ่ายฟันธงว่าจะกวาดชัยชนะไปได้อย่างแน่นอนก็ยังออกหาเสียงอย่างหนัก โดยส่งรถออกตระเวนหาเสียงไปตามท้องถนน และปิดโปสเตอร์หาเสียงไปทั่วเมือง ทั้งยังออกอากาศนโยบายพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นทางวิทยุโทรทัศน์
นายเจี่ย วันนัท นักวิเคราะห์ทางการเมือง มองว่า สาเหตุที่พรรคซีพีพีทุ่มเทมากขนาดนี้เป็นเพราะต้องการได้ครองเสียงข้างมากแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ขณะที่นักวิชาการผู้ไม่ประสงค์จะออกนามอีกคนมองว่าพรรคซีพีพีจะได้คะแนนเสียงอย่างมากจากกระแสชาตินิยมที่เกิดขึ้นหลังจากปราสาทพระวิหารได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจนเป็นชนวนให้เกิดความตึงเครียดบริเวณพรมแดนไทย-กัมพูชา
ด้านนายวุททาย ฮอง ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจสอบการเลือกตั้งที่เรียกว่า นิคเฟค กล่าวว่า การจะเอาชนะพรรคซีพีพีเป็นเรื่องที่เกือบจะเป็นไปไม่ได้เพราะพรรคนี้ควบคุมสื่อกระจายเสียงทั้งหมดเอาไว้ รวมถึงเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นด้วย ขณะที่บางคนมองว่าการยิงนักข่าวซึ่งสนับสนุนพรรคสมรังสีเสียชีวิตพร้อมลูกชายในกรุงพนมเปญเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่าประชาธิปไตยในเขมรยังอยู่ห่างไกล
การเลือกตั้งครั้งนี้มีประชาชนเกือบ 8.1 ล้านคนลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 123 ที่นั่ง โดยมีเพียง 11 พรรคการเมืองจากทั้งหมด 57 พรรคส่งผู้สมัครลงแข่งขัน และในจำนวนนี้มีไม่ถึงครึ่งที่เคยลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งก่อน ส่วนพรรคคู่แข่งสำคัญของพรรคซีพีพีก็มีเพียงไม่กี่พรรค ได้แก่ พรรคสม รังสี พรรคนโรดม รณฤทธิ์ และพรรคฟุนซินเปก
ในการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีผู้สังเกตการณ์ทั้งในประเทศและจากต่างประเทศมากกว่า 1.3 หมื่นคนร่วมจับตาความผิดปกติตามคูหาเลือกตั้ง 1.5 หมื่นจุดทั่วประเทศ โดยผู้สังเกตการณ์บางคนกล่าวว่า ดูเหมือนว่า การหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้มีความผิดปกติน้อยกว่าการเลือกตั้งในอดีต ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะประเทศมีเสถียรภาพมากขึ้น เศรษฐกิจเติบโตขึ้นด้วยรายได้จากการส่งออกสิ่งทอและการท่องเที่ยว
รายการคม-ชัด-ลึกตอน : เจรจาทางแก้ปัญหาพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร ?
ผลการประชุมร่วมไทย-กัมพูชา ณ โรงแรมอินโดจีน จ.สระแก้ว จบลงโดยไม่ได้ข้อยุติว่าทั้งสองฝ่ายจะแก้ปัญหาความขัดแย้งของพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร รอบปราสาทพระวิหาร ได้อย่างไร เพราะต่างฝ่ายต่างก็ อ้างสิทธิ ในพื้นที่ดังกล่าวอย่างไม่ลดราวาศอก
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
