แต่ชาวรัสเซียในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในยุคที่มีผู้นำชื่อ ดมิทรี เมดเวเดฟ นั้น กลับมีมุมมองต่อพระเจ้าซาร์ นิโคลาสที่ 2 กษัตริย์องค์สุดท้ายของประเทศเปลี่ยนไปในเดือนกรกฎาคมนี้ ทางการรัสเซียได้จัดนิทรรศการขึ้นที่มหาวิหารในกรุงมอสโก เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 90 ปีการปลงพระชนม์พระเจ้าซาร์ นิโคลาสที่ 2 ซึ่งเซอร์ไก มิโรเนนโก ผู้อำนวยการกองหอสมุดของทางการรัสเซีย กล่าวว่า นิทรรศการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอพระเจ้านิโคลาสที่ 2 ในแง่มุมที่แตกต่างออกไป
รัสเซียเป็นประเทศที่มีอดีตอันคาดเดาไม่ได้ ที่ซึ่งการตีความทางประวัติศาสตร์ทุกครั้งจะขึ้นอยู่กับว่าในช่วงนั้นใครกำลังมีอำนาจอยู่ มิโรเนนโกกล่าวในพิธีเปิดนิทรรศการพระเจ้าซาร์ นิโคลาสที่ 2 ที่มหาวิหารไครส์ เดอะ เซเวีย
ว่ากันว่า ประธานาธิบดีดมิทรี เมดเวเดฟ วัย 42 ปี ซึ่งกลายมาเป็นผู้นำที่หนุ่มที่สุดของรัสเซียนับตั้งแต่สิ้นยุคซาร์นั้น เป็นแฟนตัวยงของพระเจ้านิโคลาสที่ 2 ซึ่งเสด็จขึ้นครองราชย์ในขณะที่พระองค์มีพระชนมายุเพียง 28 พรรษาเท่านั้น
นิทรรศการ มงกุฎแห่งซาร์ ที่กำลังจัดแสดงอยู่จะเน้นไปที่ความสำเร็จ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วง 22 ปีที่พระเจ้าซาร์ นิโคลาสที่ 2 ทรงปกครองราชอาณาจักร ซึ่งมีตั้งแต่ความสำเร็จด้านเศรษฐกิจที่เฟื่องฟูเป็นอย่างมาก เรื่อยไปจนถึงการส่งเสริมการศึกษาด้วยการจัดตั้งห้องสมุดสาธารณะขึ้นหลายแห่ง และการก่อสร้างทางรถไฟสายทรานไซบีเรีย ซึ่งเป็นทางรถไฟสายที่ยาวที่สุดในโลก
ในบรรดารูปสีน้ำตาลที่จัดแสดงอยู่นั้น มีรูปพระเจ้าซาร์องค์สุดท้ายกำลังทรงตรวจสอบคราดแบบใหม่อยู่ โดยในช่วงเวลานั้นรัสเซียเป็นผู้ผลิตธัญพืชชั้นแนวหน้าของโลกอยู่ ขณะที่พระมเหสี และพระธิดาของพระองค์ ได้รับการถ่ายทอดออกมาในภาพลักษณ์ที่นุ่มนวลกว่า ในพระฉายาลักษณ์ที่กำลังทรงให้การปรนนิบัติแก่เหล่าทหารที่ได้รับบาดเจ็บในสงครามโลกครั้งที่ 1
นอกจากนี้ เอกสารที่เพิ่งมีการนำออกแสดงต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก ยังแสดงให้เห็นว่า พระเจ้าซาร์ นิโคลาสที่ 2 นั้น ทรงเป็นผู้ที่ช่วยเหลือให้มีการประชุม เฟิร์ส พีซ คอนเฟอเรนซ์ แอท เดอะ เฮก ขึ้น ในปี 2442 ซึ่งเป็นการประชุมที่มีขึ้นเพื่อกำหนดกฎเกณฑ์ในการเข้าไปข้องแวะ และแก้ไขข้อพิพาทระหว่างประเทศต่างๆ
นิทรรศการ มงกุฎแห่งซาร์ นี้ ยังได้สอดแทรกความร่วมสมัยเข้าไป ด้วยการดึงเอาการขยายตัวของรัสเซียในยุคปัจจุบันเข้าไปใส่ไว้ด้วย โดยรัสเซียตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะเพิ่มจำนวนประชากรให้มากขึ้น ซึ่งบอร์ดจัดแสดงในนิทรรศการนี้ก็ให้ข้อมูลเอาไว้ว่า จำนวนประชากรรัสเซียในปัจจุบันนั้นเพิ่มขึ้นจากในรัชสมัยของพระเจ้านิโคลาสที่ 2 ถึง 50 ล้านคน
ในยุคที่บรรดาผู้นำรัสเซียต่างพากันตอกย้ำถึงความสำคัญของการใช้ชีวิตอยู่อย่างมีสุขภาพดีนั้น ภาพถ่ายในนิทรรรศการนี้ก็แสดงให้เห็นการตั้งโรงงานผลิตชาขึ้นทั่วราชอาณาจักร เพื่อให้ชาวรัสเซียได้ออกห่างจากเหล้าในช่วงสงคราม
สำหรับพวกบอลเชวิกแล้ว พระองค์ทรงเป็นซาร์ผู้อ่อนแอ ซึ่งทำให้เลือดไหลนองเป็นจำนวนมาก แต่พอมาในยุคหลังจากที่ระบอบคอมมิวนิสต์ล่มสลาย พระองค์กลับทรงกลายมาเป็นผู้ที่ยอมพลีชีพเพื่อศาสนา ลุดมิลา กูซาโรวา ภัณฑารักษ์ประจำพิพิธภัณฑ์ กล่าวถึงเรื่องที่โบสถ์ออร์โทดอกซ์ของรัสเซียประกาศให้พระเจ้าซาร์ นิโคลาสที่ 2 ทรงกลายเป็นนักบุญอย่างเป็นทางการ
ด้านพยอตร์ มัลทาตูลี นักประวัติศาสตร์ชื่อดังผู้เชี่ยวชาญในรัชสมัยของพระเจ้านิโคลาสที่ 2 แถมยังเป็นลูกหลานของพ่อครัวส่วนพระองค์ของซาร์องค์สุดท้ายนี้ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่สำคัญเอามากๆ ที่ชาวรัสเซียระลึกได้ว่าพวกเขามาจากอาณาจักร ซึ่งหมายถึงดินแดนในความปกครองของกษัตริย์
ทั้งนี้ พระเจ้านิโคลาสที่ 2 พร้อมด้วยสมาชิกในครอบครัว และข้าราชบริพาร ถูกปลงพระชนม์ในวันที่ 17 กรกฎาคม เมื่อ 90 ปีที่แล้ว ณ เมืองเยกาเตรินเบิร์ก แถบเทือกเขาอูราล แต่ชาวรัสเซียมักจะไม่ยอมที่จะกอบกู้ชื่อเสียงให้พระองค์ เพราะเกรงกลัวรัฐบาลคอมมิวนิสต์ที่ปกครองประเทศอยู่นั่นเอง
มีการค้นพบพระศพของพระองค์ รวมถึงเชื้อพระวงศ์ในปี 2534 นี่เอง แม้ว่าจะได้รับการคัดค้านจากโบสถ์ออร์โทดอกซ์ว่าไม่ใช่ของจริง แต่พระศพเหล่านี้ก็ถูกนำมาทำพิธีฝังอย่างสมพระเกียรติเมื่อปี 2541 ในเมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงเก่าในราชอาณาจักรของพระองค์
ตามมาด้วยการประกาศให้พระเจ้าซาร์ นิโคลาสที่ 2 และครอบครัวของพระองค์เป็นนักบุญในปี 2543
รายการคม-ชัด-ลึกตอน : เจรจาทางแก้ปัญหาพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร ?
ผลการประชุมร่วมไทย-กัมพูชา ณ โรงแรมอินโดจีน จ.สระแก้ว จบลงโดยไม่ได้ข้อยุติว่าทั้งสองฝ่ายจะแก้ปัญหาความขัดแย้งของพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร รอบปราสาทพระวิหาร ได้อย่างไร เพราะต่างฝ่ายต่างก็ อ้างสิทธิ ในพื้นที่ดังกล่าวอย่างไม่ลดราวาศอก
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
