คะแนนข่าว ขนาดตัวอักษร ก ก ก รายงานจากแชธแฮมเฮาส์ สถาบันนโยบายต่างประเทศที่ได้รับการยอมรับนับถืออย่างแพร่หลาย ระบุว่าราคาน้ำมันดิบ อาจพุ่งไปแตะ 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพราะมีแนวโน้มปริมาณการผลิตน้ำมันจะเข้าสู่ภาวะตึงตัวในระยะ 5-10 ปีข้างหน้ารายงานของแชธแฮมเฮาส์ ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ระบุว่า แม้น้ำมันดิบจะมีอยู่อย่าง มหาศาลใต้ผืนดิน แต่เนื่องจากบริษัทและหน่วยงานภาครัฐ ไม่ได้ลงทุนในภาคการสำรวจและขุดเจาะมากพอ เพราะต้องนำผลกำไรไปแจกจ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้น ด้วยเหตุนี้ จึงมีความเสี่ยงที่ปริมาณการผลิตน้ำมันอาจลดน้อยลงในอนาคต กลายเป็นวิกฤติปัญหาที่ต้องเผชิญ เว้นแต่ว่า ความต้องการใช้น้ำมันจะลดลงสอดคล้องกันไปด้วย จึงจะรอดพ้นจากวิกฤติปัญหานี้ได้
นอกจากนี้ การที่หลายประเทศหันมายึดกิจการน้ำมันเป็นของรัฐตามเดิม และพยายามกีดกันไม่ให้บริษัทน้ำมันระหว่างประเทศ เข้ามาช่วยพัฒนาภาคการผลิต ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่อาจส่งผลให้ปริมาณการผลิตน้ำมันมีปัญหา และคาดว่าจะเริ่มมองเห็นเค้าลางของปัญหาในอีก 5 ปีข้างหน้า และถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว จนไปแตะที่ระดับ 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ล่าสุดลดลงฮวบฮาบในช่วงระยะไม่ถึง 1 เดือน ลงมาอยู่ที่ระดับประมาณ 115 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยปัจจัยหลักส่วนหนึ่งเกิดจากการแข็งค่าขึ้นของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ประเด็นความขัดแย้งเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบกลับพุ่งทะยานขึ้นได้ทุกเมื่อ.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
