เกิดเหตุระเบิดรถยนต์พลีชีพถล่มโรงเรียนนายตำรวจแห่งหนึ่งในเมืองอิสเซอร์สซึ่งอยู่ห่างจากกรุงแอลเจียร์ เมืองหลวงของประเทศแอลจีเรียไปทางตะวันออกราว 60 กม. เมื่อวันอังคาร (19 ส.ค.) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 43 คน ได้รับบาดเจ็บ 38 คน นับเป็นเหตุระเบิดร้ายแรงที่สุดที่เกิดขึ้นในแอลจีเรียในรอบหลายปี ทั้งยังเลวร้ายกว่าเหตุการณ์ถล่มอาคารราชการ และที่ทำการขององค์การสหประชาชาติในกรุงแอลเจียร์เมื่อเดือนธันวาคมมีที่แล้ว ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 41 คน และบาดเจ็บเป็นจำนวนมากอีกด้วยผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ผู้ก่อเหตุได้ขับรถยนต์บรรทุกระเบิดมายังทางเข้าโรงเรียนในขณะที่ผู้จบปริญญาตรีจำนวนมากกำลังยืนรอคอยกันอยู่ด้านนอกเพื่อลงทะเบียนสอบเข้าสถาบันนายตำรวจที่มีชื่อเสียงแห่งนี้ ขณะที่มีรายงานว่าชายหนุ่มคนหนึ่งที่มาสมัครเข้าเรียนรอดตายเพราะเดินไปซื้อบุหรี่ แต่พ่อแม่และพี่ชายที่มาให้กำลังใจกลับเสียชีวิตในเหตุระเบิดครั้งนี้
นอกเหนือจากทำลายทางเข้าโรงเรียนจนไม่มีชิ้นดีแล้ว แรงระเบิดยังทำลายบ้านเรือนที่อยู่ใกล้เคียงไปหลายหลัง ทำให้หน้าต่างร้านค้าที่อยู่ในบริเวณนั้นปลิวหลุดออก และยังทำให้ต้นไม้หลายต้นฉีกขาดด้วย แรงระเบิดยังทำให้เกิดหลุมลึกที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางหลายเมตรด้วย
จนถึงบัดนี้ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบ แต่สาขาของอัล-ไกดาในแอลจีเรียเคยออกมาประกาศตัวว่าอยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นหลายครั้งในช่วงปีครึ่งที่ผ่านมา
ขณะที่กระทรวงมหาดไทยแอลจีเรียแถลงว่ายอดผู้เสียชีวิตยังไม่แน่นอน ส่วนผู้เสียชีวิตนั้นมีทั้งตำรวจและประชาชนทั่วไปปะปนกัน
แผ่นดินสุดท้ายวัฒนา อัศวเหม
: วัฒนา ดิ้นสุดฤทธิ์เพื่อหนีอาญาแผ่นดิน ผืนดินเดียวที่เขามีอิทธิพลและหลบซ่อนอย่างปลอดภัยคือ กัมพูชา และเพื่อนรักอย่าง พัด สุภาภา ก็คือตัวช่วยให้หนีได้ตลอดรอดฝั่ง
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
