สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันจันทร์ (25 ส.ค.) อ้างการเปิดเผยของ นพ.เราะห์มัต วินาตา ที่ผ่าตัดนำเนื้องอกที่มีลักษณะคลายหูดออกจากมือ และเท้าของนายเดเด หรือ มนุษย์ต้นไม้ วัย 37 ปีว่า นายเดเดเดินทางกลับบ้านเกิดที่เมืองบันดุง จังหวัดชวาตะวันตกแล้ว หลังจากเสร็จสิ้นการผ่าตัดนำเนื้องอกหนัก 6 กิโลกรัมออกจากร่างกายที่กินเวลานานถึง 9 เดือนนายเดเดกล่าวว่า ตัวเองหวังจะเดินทางกลับบ้านไปใช้ชีวิตปกติสุข และหาภรรยาคนใหม่มาร่วมชีวิต หลังจากที่ต้องใช้ชีวิตทนทุกข์ทรมานกับเนื้องอกมานานหลายสิบปี โดยตอนนี้สามารถอยู่กับลูก และไปไหนมาไหนก็ได้ แต่ยังไม่มีแผนจะแต่งงานใหม่ในตอนนี้
อย่างไรก็ดี นายเดเดที่อาศัยอยู่บ้านเพียงลำพังคนเดียวเผยว่า ยังไม่ได้คุยกับอดีตภรรยาเลยหลังจากที่ภรรยาพาลูกสาววัยรุ่นหนีไปอยู่กับญาติ เนื่องจากนายเดเดไม่สามารถดูแลได้ เพราะเนื้องอกทำให้เขาไม่สามารถเดินเหินหรือไปทำงานได้ ยกเว้นเพียงไปออกงานโชว์ตัวเรื่องประหลาดเท่านั้น
ทั้งนี้ เนื้องอกของนายเดเดที่เริ่มเติบโตอย่างไร้การควบคุมตั้งแต่เขายังเป็นวัยรุ่น เพิ่งได้รับการวินิจฉัยเมื่อปีที่แล้วโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังว่าเป็นผลพวงจากไวรัสเนื้องอกที่ปุ่มตามผิวหนัง และความบกพร่องทางพันธุกรรมที่ทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายของนายเดเดอ่อนแอเกินกว่าจะกำจัดไวรัสนี้ออกไปได้ โดยระหว่างการรักษา นายเดเดต้องกินยารักษาโรคหลายขนาน รวมทั้งวิตามินเอเพื่อป้องกันไม่ให้เนื้องอกกลับมางอกใหม่อีก
นอกจากนี้ หลังเสร็จสิ้นเทศกาลถือศีลอดในเดือนตุลาคม นายเดเดก็มีกำหนดจะเดินทางกลับไปยังโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัดรอบที่ 9 นำเนื้องอกขนาด 300 กรัมที่ยังอยู่บนผิวหนังออกไปให้หมด
หมายจับกับบรรจง : รุมยำเกือบตายเพราะยิงหมาคนรวย
เรื่องการใช้อิทธิพลอย่างป่าเถื่อนยังคงมีให้เห็นในสังคมไทยอยู่ตลอดครับ ล่าสุดที่ จ.อ่างทอง ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น เมืองเล็ก แต่คนใหญ่ มีกรณีชาวบ้านถูกกลุ่มลูกสาวของเศรษฐินีเงินกู้รายใหญ่รายหนึ่งในจังหวัดรุมทำร้ายปางตาย โดยมีสาเหตุแค่ไม่พอใจที่สุนัขเลี้ยงไว้ถูกยิงด้วยหนังสติ๊ก เพราะไปวิ่งไล่กัดชาวบ้าน !!!
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
