คิตะโนะอุมิ แชมป์ซูโม่ระดับตำนาน ประกาศลาออกจากตำแหน่งประธานสมาคมซูโม่ญี่ปุ่นไปเมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา ภายหลังจากผลการตรวจร่างกายยืนยันว่านักมวยปล้ำรัสเซีย 3 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นซูโม่ในค่ายของคิตะโนะอุมิ สูบกัญชาจริงนอกจากนี้ ความพิถีพิถันของชาวญี่ปุ่นยังเป็นต้นเหตุของความไม่ชอบใจในตัว อาซาโชริว เจ้าของตำแหน่งแกรนด์แชมเปี้ยนคนปัจจุบันอีกด้วย โดยอาซาโชริวซึ่งเป็นชาวมองโกเลียนั้นถูกเยาะเย้ยถากถางว่าหุนหันพลันแล่นเกินไปสำหรับกีฬาซูโม่ ซึ่งผู้เล่นจะต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี
ส.ส.พรรครัฐบาลญี่ปุ่นคนหนึ่งไปไกลถึงขนาดเรียกร้องให้ห้ามชาวต่างชาติเล่นกีฬาชนิดนี้เลยทีเดียว เพราะชาวญี่ปุ่นจำนวนมากมองว่าซูโม่นั้นเป็นพิธีกรรมทางจิตวิญญาณ มากกว่าจะเป็นเกมการแข่งขัน
เรื่องอื้อฉาวที่เกิดขึ้นครั้งล่าสุดนี้สอนเราอีกครั้งว่าเป็นเรื่องยากสำหรับคนที่ไม่ได้มีจิตวิญญาณของชาวญี่ปุ่น ที่จะมาทนแบกรับวัฒนธรรมของญี่ปุ่น เคนชิโร มัตสึนามิ อดีตนักมวยปล้ำผู้เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาและการกีฬากล่าว
อาซาโชริวถูกพักการแข่งขันไป 2 ทัวร์นาเมนต์เมื่อปีที่แล้วเนื่องจากไม่ได้เข้าร่วมทัวร์นาเมนต์การกุศลหนึ่งเพราะต้องเดินทางกลับมองโกเลีย และในเดือนหน้าเขาก็จะต้องไปให้ปากคำต่อศาลกรณีฟ้องร้องนิตยสารฉบับหนึ่งในข้อหาหมิ่นประมาท เพราะหนังสือเล่มนั้นกล่าวหาแชมป์แกรนด์ แชมเปี้ยนคนนี้ว่าล้มมวย
ขณะนี้วงการซูโม่กำลังประสบกับภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะชาวต่างชาติซึ่งมีพรสวรรค์ด้านร่างกายที่แข็งแรงปราดเปรียวกำลังประสบความสำเร็จในแวดวงซูโม่เป็นอย่างมาก เห็นได้จากการที่แกรนด์ แชมเปี้ยนทั้งคู่เป็นชาวมองโกเลีย แต่ในขณะเดียวกัน กีฬาประจำชาตินี้กลับได้รับความนิยมในหมู่เด็กๆ ญี่ปุ่นน้อยลงทุกที แถมยังมีที่นั่งว่างมากขึ้นเรื่อยๆ ในสนามแข่งซูโม่ที่เคยแน่นขนัด หาตั๋วเข้าชมได้ยากมาก ขณะที่ค่ายต่างๆ ก็หาเด็กรุ่นใหม่มาเข้ารับการฝึกที่แสนจะโหดหินยากขึ้นทุกที
ภาพลักษณ์ของกีฬาซูโม่เสียหายร้ายแรงเมื่อปีที่แล้ว เมื่อเจ้าของค่ายผู้หนึ่งถูกจับกุมตัวเพราะเด็กในค่ายเสียชีวิตเนื่องจากถูกซูโม่รุ่นพี่ใช้ขวดเบียร์ และไม้เบสบอลฟาดระหว่างการฝึกฝน มุซาชิงาวะ ประธานสมาคมซูโม่คนใหม่ เลยประกาศว่าจะกวดขันเรื่องระเบียบวินัยให้มากขึ้น แล้วก็เสนอให้มีการให้ความรู้แก่นักมวยปล้ำต่างชาติเป็นเวลาหนึ่งปี
ทว่า โนบุทากะ มาชิมุระ โฆษกรัฐบาลซึ่งเป็นแฟนซูโม่ตัวยง กลับแนะนำให้เอาคนต่างชาติเข้ามาดูแลกีฬาประจำชาติญี่ปุ่นนี้แทน โดยยกตัวอย่าง คาร์ลอส กอสน์ ที่นำพานิสสัน มอเตอร์รอดจากภาวะเกือบล้มละลายมาได้ หลังจากเข้ากุมบังเหียนบริษัทในปี 2542 ท่ามกลางกระแสต่อต้านผู้บริหารชาวต่างชาติอย่างหนัก
จำเป็นต้องให้อดีตนักซูโม่มาเป็นผู้บริหารสมาคมด้วยเหรอ ผมคิดว่าเรื่องนี้ควรจะเปลี่ยนได้แล้วนะ มาชิมูระตั้งคำถาม
มาชิมูระบอกด้วยว่าสมัยเด็กๆ เคยคิดอยากเป็นนักซูโม่เลยเสียใจมากที่ภาพลักษณ์ของกีฬาชนิดนี้ต้องเสื่อมเสีย
แต่ดูเหมือนว่า คิตะโนะอุมิ ผู้สร้างปรากฏการณ์ให้แก่วงการซูโม่ในยุค 70 จะทำให้การยกเครื่องสมาคมซูโม่เป็นไปได้ยากขึ้น เพราะเมื่อปีที่แล้วเขาได้ยึดบัตรประจำตัวนักวิจารณ์ซูโม่รุ่นเก๋าคนหนึ่งเอาไว้ โทษฐานไปวิพากษ์วิจารณ์ในสิ่งที่คิตะโนะอุมิมองว่าเป็นเรื่องคอขาดบาดตายสำหรับทางสมาคมเข้าให้ ก่อนจะคืนให้หลังถูกสื่อมวลชน และสาธารณชนรุมสวดยับ
หนังสือพิมพ์ไมนิชิเลยเขียนถึงเรื่องนี้เอาไว้ในบทบรรณาธิการว่า
ถ้าคิตะโนะอุมิจัดการปัญหามากมายที่เกิดขึ้นโดยตระหนักถึงความรุนแรงของปัญหาเหล่านั้น วงการซูโม่ก็คงไม่ต้องมาเผชิญกับการก่นด่าจากสาธารณชนแบบที่เป็นอยู่ในเวลานี้หรอก
สมชายหมดความชอบธรรมย่ำกองเลือดเข้ารัฐสภา
ไม่มีใครรู้ว่า เหตุการณ์ความรุนแรงและการเผชิญหน้าระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะจบลง ณ ที่ใด
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
