ทันทีที่เสียงปืนยิงแก๊สน้ำตาของตำรวจดังขึ้นพร้อมกับการใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบริเวณทำเนียบรัฐบาล สื่อมวลชนจากทั่วโลกได้เฝ้าติดตามรายงานข่าวนี้กันอย่างใกล้ชิดทั้งสำนักข่าวใหญ่ๆ อย่างเอพี เอฟเอฟพี รอยเตอร์ ดีพีเอ และสถานีโทรทัศน์ชื่อดังอย่างซีเอ็นเอ็นในสหรัฐ บีบีซีในอังกฤษ อัล-จาซีราในกาตาร์ ซินหัวของจีน ตลอดจนสื่อมวลชนท้องถิ่นในประเทศอังกฤษ สวิตเซอร์แลนด์ และตุรกี
เริ่มจากเว็บไซต์ของซีเอ็นเอ็น ที่เล่นข่าวนี้เป็นข่าวนำในข่าวท็อป นิวส์ โดยอ้างข่าวจากสำนักข่าวเอพี ระบุว่า ตำรวจได้ยิงแก๊สน้ำตาเข้าสลายกลุ่มผู้ชุมนุมหลายพันคน ที่พยายามขวางไม่ให้ ส.ส.และ ส.ว.เข้าไปประชุมในรัฐสภา ยิ่งทำให้วิกฤติการเมืองที่ยืดเยื้อมานาน 6 สัปดาห์นับตั้งแต่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบุกเข้ายึดทำเนียบรัฐบาลเมื่อปลายเดือนสิงหาคมร้อนแรงขึ้นอีก
เช่นเดียวกับ เว็บไซต์ บีบีซีนิวส์ ของอังกฤษ ที่เล่นเรื่องนี้ เป็นข่าวรอง ข่าวตลาดหุ้นในเอเชียตก โดยระบุว่ามีประชาชนหลายสิบคนได้รับบาดเจ็บจากการใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งมีขึ้นไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่นายกรัฐมนตรี สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมระบุว่า เป็นนอมินีของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร จะแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา
ขณะที่เว็บไซต์ข่าวของยาฮู และกูเกิล ก็ให้เรื่องนี้เป็นข่าวนำด้วยเช่นกัน โดยรายงานไปในทำนองเดียวกับสำนักข่าวเอพี และรอยเตอร์ โดยระบุว่า นายกรัฐมนตรีสมชายได้เปิดการประชุมสภา หลังล่าช้าไปนาน 90 นาที แม้จะถูกบอยคอตจากพรรคฝ่ายค้านที่ไม่มี ส.ส.เข้าร่วม เพื่อประท้วงการใช้กำลังเข้าสลายผู้ชุมนุม พร้อมกับอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ศูนย์แพทย์เอราวัณที่ระบุว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 69 คน สองคนในจำนวนนี้อาการสาหัส คนหนึ่งขาขาด และอีกหลายคนถูกตำรวจใช้แก๊สน้ำตายิงเข้าใส่ที่หน้าอก
นางประดับ เทียบพู ผู้ชุมนุมวัย 53 ปี กล่าวว่า งนั่งอยู่ตรงนั้น ไม่เคยคิดมาก่อนว่าตำรวจจะยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุม ก่อนจะด่าว่า ป่าเถื่อน
ส่วนสำนักข่าวเบอร์นาม่า ของมาเลเซียรายงานว่า ตำรวจปราบจลาจล 1,500 นาย ได้เคลื่อนกำลังเข้าสลายผู้ชุมนุมเมื่อเวลา 06.20 น. และปะทะกับกลุ่มพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตยที่เข้ายึดถนนด้านหน้าอาคารรัฐสภาตั้งแต่เมื่อคืนนี้เพื่อขัดขวางการแถลงนโยบายของนายกรัฐมนตรี โดยตำรวจยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ผู้ชุมนุมทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายสิบคน รวมทั้งผู้สื่อข่าวคนหนึ่ง ขณะที่แกนนำของกลุ่มพันธมิตรเรียกร้องให้กลุ่มผู้ชุมนุมออกมารวมตัวประท้วงที่อาคารรัฐสภามากขึ้นย เบอร์นามารายงานด้วยว่า สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นหลังการจับกุมสองแกนนำของกลุ่มพันธมิตรเมื่อวันศุกร์และวันอาทิตย์
ด้านนางเซลินา ดาวน์ส ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์อัล-จาซีรารายงานจากด้านนอกรัฐสภาว่า มีตำรวจปราบจลาจลหลายร้อยคน และผู้ประท้วงกำลังเผชิญหน้ากันอย่างตึงเครียด โดยผู้ประท้วงหลายคนกล่าวว่า การสลายการชุมนุมครั้งนี้ยิ่งทำให้ทุกคนตัดสินใจสู้ต่อไปเพื่อขับไล่รัฐบาลนายสมชาย นอกจากนี้ยังมีรายงานอ้างการเปิดเผยของบรรดาผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วยว่า ได้ยินเสียงปืนตอนที่ตำรวจเคลื่อนกำลังผ่านแนวกั้น แต่ตำรวจยืนยันว่าใช้แต่แก๊สน้ำตาเพียงอย่างเดียว และไม่ใช้กำลังในแบบที่ไม่เหมาะสม
ขณะที่สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า กลุ่มผู้ประท้วงได้ตัดกระแสไฟในอาคารรัฐสภา หลังตำรวจใช้แก๊สน้ำตาเพื่อพยายามสลายการชุมนุม ทำให้ต้องใช้เครื่องปั่นไฟสำรองในห้องประชุม และอาคารวุฒิสภา และการปะทะกันครั้งนี้ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 คน บาดเจ็บอีกหลายสิบคน นอกจากนี้ยังรายงานด้วยว่า กลุ่มผู้ประท้วงได้ปิดถนนหน้าอาคารรัฐสภาตั้งแต่เมื่อคืน เพื่อขัดขวางแผนการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พวกเขาเห็นว่ามีจุดประสงค์เพื่อช่วยเหลืออดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ที่กำลังถูกดำเนินคดีหลายคดี และเป็นเครือญาติของนายกรัฐมนตรีสมชาย
ดีพีเอระบุด้วยว่า กลุ่มพันธมิตรวิตกว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งเป็นน้องเขยของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร กำลังพยายามจะนำรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 กลับมาใช้ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้เปิดทางให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ก้าวสู่อำนาจในปี 2544 และได้รับเลือกตั้งอีกสมัยในปี 2549 รวมทั้งทำให้พรรคไทยรักไทยมีอำนาจทางการเมืองอย่างมากจนคณะกรรมการอิสระไม่สามารถตรวจสอบและถ่วงดุลได้
นอกจากนี้การจับกุม พล.ต.จำลอง ศรีเมือง หนึ่งในแกนนำกลุ่มพันธมิตรในคดีกบฏเมื่อวันอาทิตย์เป็นชนวนให้ผู้ชุมนุมลุกขึ้นเคลื่อนไหว และเป็นการทำลายความพยายามจัดการเจรจาระหว่างฝ่ายพันธมิตรกับรัฐบาลในการผลักดันเรื่องการเมืองใหม่
สำนักข่าวต่างประเทศยังรายงานด้วยว่า กลุ่มผู้ประท้วงได้ปิดล้อมรัฐสภาไม่ให้บรรดา ส.ส.ออกจากรัฐสภา บีบบังคับให้นายกรัฐมนตรีต้องหลบหนีออกจากรัฐสภาด้วยเฮลิคอปเตอร์ หลังจากที่ล้มเหลวในการสลายกลุ่มผู้ชุมนุมในช่วงเช้าตรู่ โดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้ให้สัมภาษณ์ว่าต้องการให้รัฐบาลสั่งยุบสภาก่อน 18.00 น. วันอังคาร หากไม่ทำ กลุ่มผู้ชุมนุมจะดำเนินมาตรการแข็งกร้าวต่อรัฐบาล ทั้งยังรายงานเรื่องที่พระบาทสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานเงินช่วยเหลือทางการแพทย์ให้แก่เหยื่อที่ได้รับบาดเจ็บ
สมชายหมดความชอบธรรมย่ำกองเลือดเข้ารัฐสภา
ไม่มีใครรู้ว่า เหตุการณ์ความรุนแรงและการเผชิญหน้าระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะจบลง ณ ที่ใด
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
