การกลับมาของกัดดาฟีครั้งนี้ไม่ใช่เพราะใคร แต่เป็นเพราะสหรัฐที่หันไปรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับลิเบียใหม่นั่นเองด้วยการส่ง ดร.คอนโดลีซซา ไรซ์เดินทางไปพบกับกัดดาฟีเมื่อช่วงต้นเดือนกัยายน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปีเลยทีเดียวที่รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐเยือนลิเบียสิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นการพลิกโฉมความสัมพันธ์ของสองประเทศครั้งใหญ่เลยทีเดียวเมื่อคำนึงถึงเรื่องที่ว่าอดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกนแห่งสหรัฐเคยด่ากัดดาฟีเอาไว้ว่า หมาบ้า
แต่จะว่าไปแล้ว ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มาจากความพยายามที่จะกลับมาของกัดดาฟีเองมากกว่า โดยผู้นำที่ครองตำแหน่งมายาวนานที่สุดในโลกอาหรับผู้นี้ได้ให้คำมั่นว่าจะนำพาลิเบียกลับสู่เวทีโลกให้จงได้ หลังจากนั้นก็เริ่มด้วยการประกาศไม่เอาอาวุธที่มีอำนาจการทำลายล้างสูงในปี 2546 พร้อมทั้งยอมจ่ายค่าชดเชยให้เหยื่อเหตุการณ์ระเบิดเครื่องบินสายการบินแพนแอม เหนือเมืองล็อกเคอร์บี ในสกอตแลนด์ เมื่อปี 2531 ที่ลิเบียอยู่เบื้องหลัง คิดเป็นมูลค่าร่วม 2,000 ล้านดอลลาร์
กัดดาฟี่เกิดในเต็นท์เบดูอิน ชนเผ่าเร่ร่อนกลางทะเลทรายใกล้เมืองเซอร์ตีเมื่อปี 2485 ผุดขึ้นมาในเวทีโลกด้วยการก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากกษัตริย์ไอดริสเมื่อเดือนกันยายน 2512 ไอดอลของกัดดาฟีคือ กามาล อับเดล นาสเซอร์ ประธานาธิบดีอียิปต์ อีกทั้งยังเคยประกาศตัวว่าเป็นแฟนของเหมา เจ๋อตุง สตาลิน หรือแม้แต่กระทั่งฮิตเลอร์ด้วย
กัดดาฟีเป็นที่เตะตาในชุดแต่งกายสุดอลังการไม่ว่าจะอยู่ในชุดเสื้อคลุมพื้นเมืองสีสันสดใสหรือชุดทหาร เขาชอบรับรองแขกต่างชาติในเต็นท์กลางทะเลทราย ล้อมรอบด้วยเหล่าองครักษ์ผู้หญิงที่เรียกว่า อะเมซอน เหมือนชนเผ่านักรบหญิงในตำนาน
กัดดาฟีโดดเด่นในเวทีโลกเพราะเสน่ห์และความคาดเดาไม่ได้ของเขา ซึ่งเรียกได้ทั้งรอยยิ้ม และตัวสั่นด้วยความหวาดผวาของคู่อริ ผลงานที่ขึ้นชื่อของเขาคือ การพยายามรวมชาติอาหรับเข้าด้วยกันแต่ไม่สำเร็จ และสนับสนุนแนวคิดหัวรุนแรง โดยลิเบียนั้นส่งเงินและอาวุธให้ชาวปาเลสไตน์ รวมถึงขบวนการปลดแอกหลายกลุ่มทั้งไออาร์เอ กบฏโมโรในฟิลิปปินส์ จนมาลงเอยด้วยคดีล็อกเคอร์บีที่ทำให้ถูกบอยคอตไป
เขียนไปเขียนมาแล้วชักคิดถึง อยากให้มีผู้นำที่มีสีสันแบบนี้กลับมากันอีกเยอะๆ
ยินดีต้อนรับการกลับมาค่ะท่าน พ.อ.กัดดาฟี
ทัศนีย์ สาลีโภชน์
รายการคม-ชัด-ลึกตอน-ทางเลือก ทางรอดประเทศไทย ในสถานการณ์วิกฤติ
หลังตำรวจใช้ความรุนแรงเข้าปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมหน้ารัฐสภา หนทางในการไปสู่สมานฉันท์ก็ปิดประตูลงโดยสิ้นเชิง ท่ามกลางแนวโน้มความรุนแรงระลอกใหม่ที่กำลังจะก่อตัวขึ้นในไม่ช้า นำมาสู่คำถามที่ยากจะตอบว่า ประเทศไทยจะปีนพ้นจากหุบเหวนี้เมื่อใด
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
