คณะกรรมการประกาศผลรางวัลโนเบล ประกาศที่กรุงออสโลของนอร์เวย์เมื่อวันศุกร์ (10 ต.ค.) มอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพให้นายมาร์ตติ อาห์ติซารี อดีตประธานาธิบดีฟินแลนด์วัย 71 ปี จากผลงานของเขาในความพยายามคลี่คลายความขัดแย้งในหลายทวีปของโลกตลอดกว่า 30 ปีที่ผ่านมา ความพยายามของเขาทำให้โลกมีสันติภาพมากขึ้น และทำให้เกิดภราดรภาพระหว่างประเทศต่างๆ สอดคล้องกับเป้าหมายของอัลเฟรด โนเบล ผู้ก่อตั้งรางวัลหนึ่งในผลงานสำคัญของเขา คือ การผลักดันให้มีการทำข้อตกลงสันติภาพระหว่างรัฐบาลอินโดนีเซียกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนอาเจะห์ บนเกาะสุมาตรา โดยมีการลงนามที่กรุงเฮลซิงกิของฟินแลนด์เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2548 ซึ่งนำไปสู่การยุติการสู้รบที่ดำเนินมานานถึง 29 ปี และคร่าชีวิตผู้คนไปราว 1.5 หมื่นคน นอกจากนี้ยังช่วยไกล่เกลี่ยสันติภาพทั้งโคโซโว และอิรัก
มาร์ตติ โออิวา คาเลวี อาห์ติซารี วัย 71 ปี เคยดำรงตำแหน่ง ประธานาธิบดีฟินแลนด์ ระหว่างปี 2537-2543 และดำรงตำแหน่ง นักการทูตประจำสหประชาชาติ และเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยสันติภาพ และเมื่อไม่นานมานี้ เขาเพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทูตพิเศษของสหประชาชาติ ในการคลี่คลายข้อพิพาทในโคโซโว ที่ประกาศเอกราชจากเซอร์เบียในปีนี้ และเพิ่งได้รับปริญญากิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยคอลเลจ ของอังกฤษ ในปีนี้
ก่อนหน้านี้ นายสเตน เทินเนสสัน หัวหน้าสถาบันวิจัยสันติภาพในกรุงออสโล ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่ทายผลการประกาศรางวัลนี้ได้อย่างแม่นยำคนหนึ่ง คาดว่าคณะกรรมการโนเบลทั้ง 5 คน น่าจะเลือก นายเกา จื้อเซง หรือไม่ก็นาย หู เจีย สองนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนชื่อดังชาวจีน ที่ถูกจับกุมคุมขังไว้ให้รับรางวัลในปีนี้ เพื่อสะท้อนความจริงที่ว่า โอลิมปิกปักกิ่งที่จีนเป็นเจ้าภาพ ไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเรื่องสิทธิมนุษยชนในจีน เหมือนที่หลายฝ่ายคาดหวัง
แต่โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน นายชิน กัง ออกมาแถลงเมื่อวานนี้ว่า นักเคลื่อนไหวชาวจีนทั้งสองคนไม่สมควรได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ พร้อมกับเตือนว่า หากหนึ่งในสองคนนี้ได้รับรางวัลก็จะส่งผลกระทบกับความสัมพันธ์อันดีระหว่างจีนกับชาติตะวันตก
นอกจากนี้ นายเทินเนสสันยังคาดว่า มีตัวเก็งที่น่าสนใจคนอื่นๆ เช่น ทนายความด้านสิทธิมนุษยชนชาวเชเชน นางลิดิยา ยูซูโปวา, พระติช กวง ชาวเวียดนามที่มีชื่อเสียงจากการรณรงค์เพื่อเสรีภาพในการนับถือศาสนา ประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชน ซึ่งถูกจองจำมานานกว่า 25 ปี จากการประท้วงต่อต่านรัฐบาลคอมมิวนิสต์อย่างสันติ
ไขปริศนาตร.สลายม็อบโยนบาปเหยื่อตุลาเลือด
ถ้อยแถลงของตำรวจต่อเหตุการณ์ ตุลาเลือด หลายกรณีเข้าข่ายบิดเปือน ข้อเท็จจริง ยิ่งพยานวัตถุและบุคคลปรากฏในเวลาต่อมา ยิ่งทำให้ความไว้ใจเจ้าหน้าที่ลดทอนลง โดยเฉพาะกรณี ชายขาขาด ที่ตำรวจชี้ว่า เขา คือ คนพิการ ก่อนที่สังคมจะเกิดความสับสน คม ชัด ลึก จึงไขปริศนาที่ว่านี้
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
