สภาคองเกรสสหรัฐทั้งสภาล่างและสภาสูง มีมติผ่านร่างกฎหมายงบประมาณสงครามอิรักเข้าสู่ปีที่ 5 ในวงเงินมหาศาลถึงแสนล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3.6 ล้านล้านบาท โดยไม่มีกำหนดถอนกำลังทหาร ผู้นำสหรัฐคาดช่วง 2-3 เดือนข้างหน้าสถานการณ์ในอิรักจะทวีความรุนแรงและยุ่งยากมากขึ้นการประชุมรัฐสภาสหรัฐเมื่อวันพฤหัสบดี สภาผู้แทนราษฎรมีมติผ่านร่างกฎหมายด้วยคะแนนเสียง 280-142 ต่อมาในอีกไม่ถึง 2 ชั่วโมง วุฒิสภามีมติรับรองด้วยคะแนน 80-14 โดยนายแฮร์รี่ รีด ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาของพรรคฝ่ายค้านเดโมแครตลงคะแนนสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ด้วย เช่นเดียวกับวุฒิสมาชิก โจเซฟ ไปเดน แห่งรัฐเดลาแวร์ หนึ่งในผู้สมัครแข่งขันเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตเพื่อลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปีหน้า
ในบรรดาสมาชิกสภาคองเกรสที่ลงคะแนนคัดค้าน ประกอบด้วยแกนนำพรรคเด โมแครตหลายคน รวมถึงนางแนนซี่ เปโลซี่ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และอีก 3 ผู้เสนอตัวสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของพรรคคือ นางฮิลลารี คลินตัน นายบาแรค โอบามา และนาย คริสโตเฟอร์ คอตต์ นางเปโลซี่กล่าวว่า จะหารือกับบรรดาสมาชิกพรรค เพื่อผลักดันให้มีการกำหนดวันเวลาถอนกำลังทหารออกจากอิรักต่อไป
ร่างกฎหมายฉบับนี้เดิมมีกำหนดการเริ่มถอนกำลังทหารสหรัฐออกจากอิรักตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2550 ถูกประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ผู้นำสหรัฐ ใช้อำนาจยับยั้งและส่งกลับให้สภาคองเกรสพิจารณาใหม่ จนกระทั่งผ่านการรับรองในการประชุมรอบนี้
ประธานาธิบดีบุชกล่าวที่ทำเนียบขาวว่า ในช่วงหลายสัปดาห์และหลายเดือนที่จะมาถึงนี้ สหรัฐคาดหมายว่าจะเกิดการสู้รบรุนแรง ทั้งทหารสหรัฐและอิรักจะเสียชีวิตมากขึ้น โดยในช่วงฤดูร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเดือน ส.ค. ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับยุทธศาสตร์ใหม่ของสหรัฐในอิรัก
ส่วนสถานการณ์ล่าสุด กองบัญชาการกองกำลังสหรัฐแถลงเมื่อวันศุกร์ว่า ทหารสหรัฐเสียชีวิตรวม 6 นายในช่วงสัปดาห์นี้ ส่งผลให้ตัวเลขความสูญเสียทหารในอิรักเพิ่มขึ้นเป็น 3,442 นาย นับตั้งแต่เริ่มเปิดฉากสงครามอิรักเมื่อเดือน มี.ค. 2546.
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้วครั้ง
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
