พม่าทำหูทวนลม เมินเสียงเรียกร้องของนานาชาติให้ปล่อยตัวนาง ซูจี คาดสั่งขยายเวลาในการกักบริเวณต่ออีกอย่างน้อย 6 เดือน ส่วนสหรัฐวิพากษ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนในพม่าบนเวทีเออาร์เอฟนางออง ซาน ซูจี ผู้นำเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่า หนึ่งในนักโทษการเมืองที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก ซึ่งเวลาของการกักบริเวณเธอจะสิ้นสุดลงในวันอาทิตย์นี้ ได้รับการคาดหมายว่ารัฐบาลเผด็จการทหารพม่าจะขยาย เวลาในการควบคุมตัวเธอออกไปอีกเป็นเวลา 6 เดือน หรือปีหนึ่ง โดยเธอถูกกักบริเวณครั้งล่าสุด กินเวลาถึง 4 ปี นางซูจี เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ไม่ได้รับอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าเยี่ยมที่บ้านพักของเธอในกรุงย่างกุ้ง หรือแม้แต่โทรศัพท์จากภายนอกก็ห้าม
เธอใช้เวลามากกว่า 11 เดือนในการถูกกักบริเวณในช่วง 17 ปีหลังสุดและถูกกักบริเวณอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค. 2546 ซึ่งเกิดเหตุการณ์รุนแรง เมื่อขบวนรถของเธอถูกม็อบที่สนับสนุนฝ่ายรัฐบาลเผด็จการ โจมตีระหว่างทัวร์การเมืองทางตอนเหนือของพม่า รัฐบาลทหารพิจารณาว่า เธอเป็นภัยคุกคามต่อความสงบเรียบร้อยของรัฐ
รายงานข่าวแจ้งว่า รัฐบาลเผด็จการทหารพม่าไม่ได้แสดงสัญญาณที่จะผ่อนผันและปล่อยตัวเธอ และทำหูทวนลมไม่ยอมฟังเสียงเรียกร้องของนานาชาติ ในขณะที่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา สมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ซึ่งพม่าเป็นสมาชิกอยู่ด้วย ยอมละเมิดนโยบายไม่แทรกแซงกิจการภายในของกันและกัน เรียกร้องให้บรรดานายพลของพม่าปล่อยตัวนางซูจี และเร่งปฏิรูปประชาธิปไตย
ด้านนายคริสโตเฟอร์ ฮิลล์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวระหว่างร่วมประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือเออาร์เอฟ ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์เมื่อวันศุกร์ ระบุว่า สหรัฐมีความเป็นห่วงในเรื่องอัตราการละเมิดสิทธิมนุษยชนของพม่า ซึ่งเป็น 1 ใน 26 ชาติสมาชิกของเออาร์เอฟ นอกจากนี้ สหรัฐยังมีความเป็นห่วงสถานการณ์ผู้อพยพหลบหนีภัยสู้รบระหว่างกองกำลังพม่ากับชนกลุ่มน้อย ไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่มีจำนวนนับแสนคนจากการสู้รบติดต่อกันหลายปีและทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น.
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้วครั้ง
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
