อนาคต หน่วยงานที่ทำหน้าที่ดูแลพระราชวังต้องห้ามในกรุงปักกิ่งอาจต้องจำใจสั่งปิดร้านกาแฟ สตาร์บัคส์ ที่เปิดสาขาส่งกลิ่นหอมยวนใจคอกาแฟที่เดินอ้อยอิ่งชมความงามสุดอลังการของพระราชวังอายุ 587 ปีหลังจากที่ร้านกาแฟยักษ์ใหญ่ของสหรัฐแห่งนี้ถูกพิธีกรชาวจีนคนหนึ่งวิจารณ์ในบล็อกบนอินเทอร์เน็ตของเขา จนนำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงความเหมาะที่จะให้ร้านกาแฟสัญชาติสหรัฐตั้งอยู่ในเขตที่เคยเป็นพระราชฐานอันรุ่มรวยด้วยวัฒนธรรมแห่งแดนมังกร
ร้านนี้เป็นสัญลักษณ์วัฒนธรรมการกินของอเมริกัน และดูหมิ่นอารยธรรมของจีน นายรุ่ย เฉิง กัง พิธีกรของสถานีโทรทัศน์ไชนา เซ็นทรัล เทเลวิชั่น เขียนคำประกาศนี้บนเวบบล็อกส่วนตัว จากนั้นไม่นาน บล็อกแห่งนี้ก็มีผู้เข้าชมกว่า 540,000 ครั้ง ไม่นับรวมการแสดงความคิดเห็นอีกหลายหมื่นครั้งในห้องสนทนาทางอินเทอร์เน็ต
กระแสต่อต้านครั้งนี้ทำให้ผู้ดูแลต้องทำการศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้น รวมทั้งวางแผนจะตัดสินใจภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ว่า ร้านกาแฟสตาร์บัคส์ควรจะอยู่หรือถูกกำจัดออกจากพระราชวังต้องห้ามหรือไม่ ขณะที่สมาชิกรัฐสภาจีนเองก็เดินหน้ายื่นญัตติให้ปิดร้านสตาร์บัคส์แห่งนี้ทันที โดยกล่าวว่า การคงอยู่ของร้านกาแฟแห่งนี้เป็นความด่างพร้อยของมรดกทางประวัติศาสตร์ของจีน
กระแสต่อต้านที่นอกจากจะจุดชนวนการวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างแล้ว ยังช่วยเน้นให้เห็นถึงพลังของอินเทอร์เน็ตในแดนมังกรที่มีอิทธิพลต่อทัศนคติของผู้คน ตลอดจนการเปลี่ยนนโยบายของภาครัฐ
สิ่งนี้พิสูจน์พลังของอินเทอร์เน็ต นายเจมส์ เจ้า ผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 ของซีซีทีวีให้ความเห็น ก่อนจะกล่าวเสริมว่า สตาร์บัคส์ควรจะอยู่ในพระราชวังต้องห้ามหรือไม่ ผมไม่รู้ เอาเป็นว่า ผมคงพูดแบบเดียวกัน หากผมต้องการประชาสัมพันธ์บล็อกของตัวเอง
ก่อนหน้านี้ นายโฮเวิร์ด ชูลท์ซ ผู้ก่อตั้งและเจ้าของอาณาจักรสตาร์บัคส์ชาวอเมริกันกล่าวเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาว่า จีนให้โอกาสครั้งใหญ่แก่สตาร์บัคส์ และจะกลายเป็นประเทศที่เป็นตลาดใหญ่ที่สุดของร้านกาแฟแห่งนี้ นอกเหนือจากสหรัฐ โดยนายชูลท์ซยังกล่าวด้วยว่า ร้านที่ตัวเองปั้นมากับมือนั้นได้ให้ความรู้ต่อตลาดในจีนว่าอะไรคือกาแฟ และแนะนำให้ผู้คนรู้จักเครื่องดื่มที่พวกเขาไม่เคยได้ลิ้มรสมาก่อน
สตาร์บัคส์เห็นคุณค่าของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันลึกซึ้งของพระราชวังต้องห้าม อีกทั้งยังทำงานด้วยความเคารพต่อสถานที่ด้วยความเหมาะสมด้วย นายอีเดน วูน รองประธานบริษัทสตาร์บัคส์กล่าวชี้แจงในอีเมลหลังเกิดเสียงวิจารณ์รุนแรง
อย่างไรก็ดี นักท่องบล็อกทุกคนไม่ได้เห็นด้วยกับความเห็นของนายรุ่ย บางคนยังด่าความเป็นชาตินิยมอันไร้ยางอายของพิธีกรผู้นี้ด้วย เนื่องจากตัวนายรุ่ยเองก็ยอมรับว่า ซื้อสตาร์บัคส์กินเหมือนกัน และตัวเองไม่ใช่พวกชาตินิยมแน่นอน
ผมสนับสนุนร้านกาแฟแห่งนี้ให้เข้ามาในตลาดจีน แต่เรื่องสำคัญอยู่ที่การให้ความเคารพ และปกป้องวัฒนธรรมของเราเองในฐานะที่เป็นคนจีนคนหนึ่ง นายรุ่ยเผยความในใจ
ร้านสตาร์บัคส์สาขานี้เป็นประเด็นปัญหาในหมู่ชาวจีนผู้รักชาติตั้งแต่เปิดร้านในพระราชวังต้องห้ามซึ่งเคยเป็นที่ประทับของจักรพรรดิแดนมังกรถึง 24 พระองค์ในรัชสมัยราชวงศ์หมิง และราชวงศ์ชิง ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ดึงดูดประชาชนและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้ถึงปีละ 7 ล้านคน ขณะที่สตาร์บัคส์นั้นเพิ่งเข้าไปเปิดสาขาแรกในแดนมังกรเมื่อปี 2543 และขยายสาขาจนมีมากถึง 200 แห่งใน 21 หัวเมืองทั่วประเทศ ส่วนสาขาที่เป็นปัญหานั้นตั้งอยู่ในอาคารซึ่งเจ้าหน้าที่ศาลในสมัยราชวงศ์ชิงที่ปกครองประเทศระหว่างปี 2187-2454 เคยใช้รอเข้าเฝ้าฯ พระจักรพรรดิในตอนเช้า
อย่างไรก็ดี สตาร์บัคส์ไม่ใช่ธุรกิจข้ามชาติเพียงแห่งเดียวที่มีโอกาสอวดโลโก้ร้านในเขตพระราชวังต้องห้ามที่ได้รับการยกย่องจากองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี 2530 เพราะบริษัทอเมริกัน เอ็กซ์เพรส บัตรเครดิตชื่อดังของสหรัฐก็ได้ลงโลโก้ในป้ายประกาศทุกชิ้นที่บรรยายความเป็นมาของพระราชวังต้องห้ามที่ติดอยู่ทุกห้องโถง ขณะที่ความเป็นมาของการเปิดร้านสตาร์บัคส์ในพระราชวังแห่งนี้ก็เป็นเพราะได้รับคำเชิญจากสำนักพิพิธภัณฑ์ของพระราชวังต้องห้ามเมื่อ 6 ปีที่แล้วให้เข้ามาเปิดร้านกาแฟในพื้นที่มรดกโลก อีกทั้งสตาร์บัคส์ก็เปลี่ยนป้ายหน้าร้านให้เหมาะสมกับสถานที่แทนการแปะโลโก้อันเป็นที่คุ้นตาของคอกาแฟทั่วโลก หลังจากที่ลูกค้าจำนวนมากร้องเรียนเรื่องความไม่เหมาะสม
นอกจากนี้ นายเจมส์ โดนัลด์ ประธานบริษัทสตาร์บัคส์ยังส่งอีเมลไปชี้แจงยังบล็อกของนายรุ่ยด้วยว่า เมื่อสตาร์บัคส์ได้รับการเชื้อเชิญจากสำนักงานพิพิธภัณฑ์ของพระราชวังต้องห้ามให้เข้าไปเปิดร้านเมื่อ 6 ปีที่แล้ว เราก็ตั้งใจทำด้วยความรู้สึกยินดี และเคารพอย่างยิ่งต่อประวัติศาสตร์และมรดกทางวัฒนธรรมของพระราชวังต้องห้าม เรารู้สึกเป็นเกียรติและน้อมรับคำเชิญให้ได้เข้าไปมีโอกาสรังสรรค์สถานที่อันผ่อนคลายและเพลิดเพลินกับกาแฟในถ้วยที่ทำจากมือของนักชงกาแฟจากท้องถิ่นเอง นายเจมส์ กล่าวทิ้งท้าย
บายไลน์ - มลฤดี จันทร์สุทธิพันธุ์
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้วครั้ง
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
