คอลัมน์ ข่าวเด็ด7วันข่าวใหญ่ในกระแส เศรษฐกิจต่างประเทศ ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา เน้นหนักกันอยู่ 2 เรื่อง
นั่นคือ กรณีวิกฤตสินเชื่อด้อยคุณภาพ ซับไพรม์ ที่กำลังเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา
ส่งผลสะเทือนต่อการลงทุนใน ตลาดหุ้น ทั่วโลก
และการที่สินค้าหมวด ของเล่น ของประเทศจีนถูกบริษัทสหรัฐตีกลับระลอกแล้วระลอกเล่านับเป็นล้านๆ ชิ้น ด้วยข้อหา ด้อยคุณภาพเช่นกัน
เริ่มต้นกันที่ปัญหา ซับไพรม์ (Subprime) ในสหรัฐอเมริกา
ซับไพรม์ หมายถึงการปล่อยสินเชื่อรายย่อยเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์-ที่อยู่อาศัย โดยที่บริษัทผู้ปล่อยกู้นั้นรู้อยู่เต็มอกว่ากลุ่มลูกค้าที่ให้เงินกู้ไปมีโอกาส เบี้ยว หรือไม่ชำระหนี้สูงอยู่แล้ว!
บริษัทปล่อยกู้ซับไพรม์ เรียกว่า มอร์เกจ อินชัวแรนซ์ ทำหน้าที่กว้านหาลูกค้ามากู้ให้ได้มากที่สุด
เงื่อนไขปล่อยกู้ก็ทำแบบง่ายๆ ไม่ซับซ้อนเหมือนกับเวลาไปยื่นเรื่องขอกู้ผ่าน ธนาคาร
ดังนั้นความเสี่ยงในการเกิด หนี้สูญ จึงง่ายตามไปด้วย
ตัวเลขปัจจุบันพบว่า มูลค่าตลาดซับไพรม์สหรัฐมีประมาณ 1.4 ล้านล้านดอลลาร คิดเป็น 14% ของตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั้งหมด และมีหนี้เสียมากถึง 8%
ต้นตอที่ทำให้วิกฤตซับไพรม์สหรัฐลุกลามไปทั่วโลก ก็เพราะตลาดซับไพรม์ส่วนหนึ่งได้รับการหล่อเลี้ยงมาจากการเก็งกำไรซื้อขาย ตลาดตราสารหนี้ต่างประเทศ ประเภท CDO
มีนักลงทุนหลายระดับ อาทิ สถาบันการเงิน อุตสาหกรรมพลังงาน สื่อสาร ฯลฯ จากทั่วโลกต่างพากันเข้าไปลงทุนซื้อตราสารหนี้ประเภทนี้ และได้รับบาดเจ็บ ขาดทุนกันถ้วนหน้า
เมื่อธุรกิจซับไพรม์เริ่มส่อเค้าไปไม่รอด บริษัทสินเชื่อยักษ์ใหญ่ของสหรัฐทยอยล้มปิดตัวลงเพราะเจอปัญหา หนี้เสีย มหาศาล กลุ่มนักลงทุนจึงเทขายตราสารหนี้ CDO ในส่วนที่อ้างอิงกับตลาดซับไพรม์ เพื่อหนีไปลงทุนในตราสารที่มีคุณภาพและปลอดภัยกว่า
นายเบน เบอร์นันเค ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ถึงกับยอมรับว่า ปัญหาซับไพรม์กำลังพ่นพิษขัดขวางการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐ และสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่ากว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ หรือราว 3.5 ล้านล้านบาท
การรับมือปัญหาซับไพรม์สหรัฐในเบื้องต้น แบงก์ชาติ หลายประเทศ ตัดสินใจอัดฉีดเงินเข้าไปในระบบสถาบันการเงิน เพื่อเสริมสภาพคล่อง
ยกตัวอย่างเช่น เฟด อัดฉีดเงินเข้าไป 94,000 ล้านดอลลาร์
แบงก์ชาติญี่ปุ่น บีโอเจ อัดฉีดเงินก้อนแรก 8,500 ล้านดอลลาร์
แบงชาติออสเตรเลีย อาร์บีเอ ปล่อยเงินเข้าระบบไป 4,200 ล้านดอลลาร์
ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) อัดฉีดสูงเป็นประวัติการณ์ 1.30 แสนล้านดอลลาร์ เนื่องจากระบบเศรษฐกิจมีความเชื่อมโยงกับสหรัฐสูง
แต่ตลอดสัปดาหที่ผนมา ก็ยังไม่ช่วยคลายความวิตกของนักลงทุนมากเท่าใดนัก ดูได้จากการซื้อขายในตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงระนาว และมีการแห่เทขายหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ทิ้งเป็นระยะๆ
ช่วงท้ายสัปดาห์ เฟด ทำเซอร์ไพรส์ด้วยการสั่งลดอัตราดอกเบี้ยธนาคารพาณิชย์ จาก 6.25%ไปอยู่ที่ระดับ 5.75% พร้อมฉีดเงินเข้าไปในตลาดอีก 6,000 ล้านดอลลาร์
ทันทีที่ประกาศมาตรการดังกล่าว ทำให้หุ้นดาวโจนส์ กระเตื้องขึ้นทันที เช่นเดียวกับตลาดหุ้นในยุโรป
อย่างไรก็ตาม หุ้นในตลาดเอเชียที่ปิดก่อนที่ธนาคารกลางสหรัฐจะประกาศมาตรการ ปิดตัวด้วยตัวเลขดิ่งลง
และต้องรอลุ้นในสัปดาห์หน้า
ภาวะตื่นตระหนกในเศรษฐกิจโลกเกิดขึ้นพอดิบพอดีกับที่จีนถูกสหรัฐเช็กบิล
จีนผงาดขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ประเทศที่เป็นกลไกผลักดันการเจริญเติบโตของเศรษกิจโลก แทนที่สหรัฐในปีนี้ พร้อมกับมีมูลค่าการค้าเกินดุลสหรัฐอยู่หลายขุม
รัฐบาลสหรัฐไม่อาจบีบคั้นจีนปรับค่าเงินได้ดังใจ และไม่อาจตั้งกำแพงภาษีได้ง่ายๆ
จนปีนี้ จีนเผย จุดอ่อน ออกมาแล้ว ในด้านคุณภาพ และความปลอดภัยของสินค้า
หลังจากสหรัฐกาหัว ผลิตภัณฑ์อาหารทะเล ของจีนไม่ปลอดภัย บริษัทเอกชนสหรัฐก็เริ่มเรียกคืนสินค้าอื่นๆ ที่ผลิตในจีน
ตั้งแต่ยาสีฟัน ยันไปถึง ของเล่น
อุตสาหกรรมของเล่น ซึ่งทำเงินให้จีนสูงกว่าปีละ 17,800 ล้านดอลลาร์ เจอมรสุมหนักหน่วง
แมตเทล บริษัทของเล่นยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ เจ้าของตุ๊กตาชื่อดัง บาร์บี้ ขานรับคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคของสหรัฐ เรียกคืนของเล่นผลิตในจีนเกือบ 20 ล้านชิ้นที่วางจำหน่ายทั่วโลก
เพราะพบว่า ใช้ สีปลอม มีปริมาณสารตะกั่วปนเปื้อนอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
บางชนิดมี แม่เหล็ก ฝังอยู่ด้วยก็ไม่ได้มาตรฐาน ตัวแม่เหล็กมีขนาดเล็กเกินไป จึงอาจหลุดลงคอเด็กๆ ได้
นายดิก เดอร์บิน สมาชิกวุฒิสภาคนสำคัญของสหรัฐ ฉวยโอกาสนี้เรียกร้องให้ รัฐบาลบุช ตรวจสอบสินค้าของเล่นจีนทุกชนิดที่นำเข้ามาขายในสหรัฐ
ขณะที่นายหวัง ซินเผย โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีน ออกโรงตอบโต้ว่า สื่อต่างประเทศบางสื่อ และคนไร้ความรับผิดชอบบางคนพยายามจะก่อกระแสให้ผู้คนหวาดระแวงสินค้าของเล่นที่ผลิตในจีน ทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่โต
กรณีนี้เป็นข่าวเศรษฐกิจต่างประเทศร้อนๆ ที่แม้ระดับความปั่นป่วนอาจไม่ร้ายแรงเท่ากรณีซับไพรม์
แต่ถ้าวัดจากศักดิ์ศรีของคู่ขัดแย้งอย่างจีนกับสหรัฐ ซึ่งเป็นชาติมหาอำนาจทั้งคู่ ก็คงถือได้ว่าไม่ใช่เรื่องธรรมดาๆ เช่นกัน!
หน้า 10
ข้อมูลจาก ข่าวสด
