ศาลสหรัฐปฏิเสธคำร้องของอดีตผู้นำปานามาที่ให้คัดค้านการส่งมอบตัวเขาในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนให้กับฝรั่งเศสในข้อหาฟอกเงิน(25สค.) ศาลเขตสหรัฐปฏิเสธคำอ้างของทนายที่ว่า เวลานี้ อดีตประธานาธิบดีเผด็จการ มานูเอล นอเรก้าของปานามา อยู่ในฐานะนักโทษสงครามของสหรัฐ ดังนั้นข้อเรียกร้องของฝรั่งเศสที่ต้องการให้ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนจึงเป็นโมฆะตามอนุสัญญาเจนีวา และเมื่อนายนอเรก้าพ้นโทษจำคุก 15 ปีในสหรัฐในเดือนกันยายนนี้จากข้อหาค้ายาเสพติดและขู่กรรโชกทรัพย์ เขาก็ควรได้กลับบ้านเกิดในปานามา
คำพิพากษาของศาลเท่ากับว่าหลังพ้นโทษในสหรัฐ นายนอเรก้าวัย 72 ปีอาจถูกส่งตัวในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนไปฝรั่งเศสตามที่ทางการฝรั่งเศสขอมา และอาจต้องโทษจำคุกสูงสุด 10 ปีจากข้อหาฟอกเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติดผ่านธนาคารฝรั่งเศส
ทนายความของนายนอเรก้า กล่าวว่า ลูกความของเขารู้สึกผิดหวังและเสียใจอย่างยิ่งต่อผลการวินิจฉัยของศาล แต่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่
ด้านกระทรวงยุติธรรมของฝรั่งเศสปฏิเสธที่จะพูดถึงขั้นตอนการขอตัวนายนอเรก้าไปดำเนินคดีในเวลานี้ขณะที่รัฐบาลปานามาต้องการตัวอดีตผู้นำเผด็จการกลับไปรับโทษในข้อหาฆาตรกรรมคู่อริทางการเมือง
นายนอเรก้าเคยอยู่แนวหน้าของพันธมิตรสำคัญของสหรัฐในแถบลาตินอเมริกา และเคยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแดน และอดีตประธานาธิบดีจอร์จ บุช กระทั่งปี 2532 สหรัฐส่งทหารบุกปานามาอ้างว่ามีการทุจริตเลือกตั้งและละเมิดสิทธิมนุษยชน ก่อนจะจับกุมนายนอเรก้าพร้อมตั้งข้อหาพัวพันการค้ายาเสพติด
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
